คำสอนขงจื๊อ 100 ประการ

ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นฉบับนะครับ 
คำสอนขงจื๊อ 100 ประการ
*ลิขิตฟ้า หรือจะสู้มานะตน*
*ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ่ ...ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไร คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น*
*เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย..เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส..เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย*
*เมตตาธรรม คือ รักและเผื่อแผ่แก่ทุกๆ คน*
*ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว*
*ใจซื่อตรง ธนูย่อมตรง*
*ลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้น*
*ไม้แก่ดัดยาก*
*จงเห็นบ้านเมืองสำคัญกว่าชีวิตเรา และอุปสรรคมากมาย
จงสำรวมใจให้เข้มแข็ง อะไรที่ทำอยู่ไม่ใช่เพียงระยะสั้นเท่านั้น*
*ไร้ประโยชน์ ก็อาจกลาย เป็นประโยชน์ได้*
*อ่อนแออยู่รอด อ่อนโยนดำรงอยู่ ไม่มีอะไรอ่อนกว่าน้ำ
แต่ไม่มีความเข้มแข็งใดทำลายน้ำได้ จงเป็นอย่างน้ำเถิด*
*คนรวยมอบของขวัญด้วยของ แต่ถ้าไม่มีสมอง มีก็แค่คำพูดเพียงเล็กน้อย*
*ถ้าเราไม่อาจเปลี่ยนโลก ถ้าเราไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่อยู่รอบตัวเราได้ เราก็ควรจะเปลี่ยนตัวเองจากข้างใน*
*เพราะศีลธรรมเสื่อมลง ต้องให้การศึกษา*
*หญิงงามนุ่มนวล ควรคู่บุรุษ กวีบทนี้ ความหมายคือ บุรุษชอบความงาม
แต่ดูความเหมาะสม ความรักที่แท้จริงนั้น ไม่มีความชั่วร้ายเจือปน*
*เรื่องที่ยากที่สุด คือการวัดคุณค่าลูกผู้ชาย ศิลธรรมในบุรุษเพศคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ผู้มีจริยะ ย่อมตายอย่างมีเกียรติ*
*นึกถึงเรื่องจริยะ ก่อนเรื่องตัณหาเลย*
*การมุทะลุหุนหันพลันแล่น เป็นสิ่งที่อันตรายมาก*
*ขุนนางก็แค่ใส่ชุดเป็นขุนนาง นิสัยสะท้อนถึงจิตใจ อย่าลืมเด็ดขาด
จงอย่าชายตาบอกหรือฟังหรือพูดหรือทำสิ่งใดที่ผิด*
*คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย*
*ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน*
*คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต*
*ไม่ต้องเป็นห่วงคนอื่นที่ไม่เข้าใจเรา แต่ต้องเป็นห่วงว่าเรา ไม่เข้าใจคนอื่น*
*การที่ยอมรับว่าไม่รู้นั้น ก็คือความที่รู้แล้ว*
*บัณฑิตคิดถึงว่า ทำอย่างไรจะเพิ่มพูนคุณธรรมของตนได้*
*คนพาลคิดถึงว่า ทำอย่างไรจึงจะเห็นความเป็นอยู่ของตนสะดวกสบายขึ้น โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม*
*บัณฑิตรู้เฉพาะเรื่องที่ชอบด้วยคุณธรรม คนพาลรู้เฉพาะเรื่องที่ได้ผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงคุณธรรม*
*ผู้มีคุณธรรมย่อมไม่ถูกทอดทิ้งโดยโดดเดี่ยว และจะต้องมีเพื่อนบ้านมาคบหา*
*ไม่คิดถึงความชั่วของคนอื่นในอดีตกาล จึงมีคนโกรธท่านน้อย*
*จงเป็นนักศึกษาในแบบบัณฑิต อย่าเป็นนักศึกษาในแบบคนพาล*
*บัณฑิตย่อมมีจิตใจกว้างขวางราบรื่น*
*คนพาลย่อมมีความกลัดกลุ้มอยู่ตลอดเวลา*
*ยังปรนนิบัติคนที่มีชีวิตไม่เป็น จะปรนนิบัติเซ่นไหว้เทพเจ้ากับผีได้อย่างไรเล่า*
*ต่างตักเตือนให้กำลังใจกันและกัน อยู่กันด้วยความสามัคคี*
*ในระหว่างเป็นเพื่อนกันต้องตักเตือนให้กำลังใจกันและกัน ในระหว่างพี่น้องต้องสามัคคีกัน*
*เมื่อรักเขาจะไม่ให้กำลังใจเขาได้หรือ เมื่อซื่อสัตย์ต่อเขา จะไม่ตักเตือนสั่งสอนเขาได้หรือ*
*ปราชญ์ย่อมหลีกเลี่ยงสังคมที่เลวร้าย สถานที่เลวร้าย มารยาทที่เลวร้าย และวาจาที่เลวร้าย*
*ตำหนิตนเองให้มาก ตำหนิผู้อื่นให้น้อย ก็จะไม่มีใครโกรธแค้น*
*บัณฑิตขอร้องกับตนเอง ส่วนคนพาลนั้นจะขอร้องกับผู้อื่น*
*บัณฑิตมีความภาคภูมิใจในตนเอง โดยไม่แย่งชิงความภาคภูมิใจของคนอื่น บัณฑิตมีความสามัคคี แต่ไม่เล่นพวกกัน*
*พูดไพเราะตลบแตลง ทำให้สูญเสียคุณธรรม*
*เรื่องเล็กไม่อดกลั้นไว้ จะทำให้แผนเรื่องใหญ่เสีย*
*ทุกคนเกลียดก็ต้องพิจารณา ทุกคนรักก็ต้องพิจารณา*
*เพื่อนที่ซื่อตรง เพื่อนที่มีความชอบธรรม เพื่อนที่มีความรู้ ทั้ง 3 ประเภทนี้มีประโยชน์แก่เรา*
*เพื่อนที่ประจบสอพลอ เพื่อนที่ทำอ่อนน้อมเอาใจ
เพื่อนที่ชอบเถียงโดยไม่มีความรู้ ทั้ง 3 ประการนี้เป็นภัยแก่เรา*
*อ่านหนังสือโดยไม่ค้นคิด การอ่านจะไม่ได้อะไร
ค้นคิดโดยไม่ได้อ่านหนังสือ การค้นคิดจะเปล่าประโยชน์*
*ทบทวนเรื่องเก่า และรู้เรื่องใหม่ขึ้นมาอีก ก็จะเป็นครูได้*
*นักศึกษาสมัยก่อน ศึกษาเพื่อให้ตนมีความสำเร็จในการศึกษา
นักศึกษาในปัจจุบัน ศึกษาเพื่อให้คนอื่นรู้ว่าตนเองมีการศึกษา*
*ชอบเอาสองคนมาเทียบกันว่าใครดีกว่าใคร เธอเองเก่งพอแล้วหรือสำหรับเราไม่มีเวลาว่างมาทำเช่นนั้น*
*ผู้ที่มีเมตตาธรรมเท่านั้น จึงจะสามารถรักคนด้วยความจริงใจและจึงสามารถเกลียดคนด้วยความจริงใจ*
*ผู้มีปัญญาชื่นชมน้ำเป็นผู้ขยัน ผู้มีความสุขผู้มีเมตตาชื่นชมภูเขาเป็นผู้รักสงบ เป็นผู้มีอายุยืน*
*เลี้ยงดูพ่อแม่ให้มีชีวิตอยู่ได้เท่านั้นนะหรือ ถ้าเช่นนั้น หมากับม้าก็ได้รับการเลี้ยงดูให้มีชีวิตอยู่เช่นกัน*
*สิ่งที่แข็งที่สุด เอาชนะได้ด้วยสิ่งที่อ่อนที่สุด*
*เมื่อประตูบานหนึ่งปิด อีกบานหนึ่งก็เปิด แต่บ่อยครั้งที่เรามัวแต่จ้องประตูบานที่ปิด จนไม่ทันเห็นว่ามีอีกบานที่เปิดอยู่*
*อย่ามัวค้นหาความผิดพลาด จงมองหาหนทางแก้ไข*
*อารมณ์ขันเป็นสิ่งยอดเยี่ยมที่สุดที่ช่วยรักษาสิ่งอื่นได้.....เพราะทันทีที่เกิดอารมณ์ขัน ความรำคาญและความขุ่นข้องหมองใจจะมลายไปกลับกลาย เป็นความเบิกบานแจ่มใสของจิตใจเข้ามาแทนที่*
*อย่ากลัวที่จะนั่งหยุดพักเพื่อคิด*
*1 นาทีที่คุณโกรธเท่ากับคุณได้สูญเสีย 60 วินาทีแห่งความสงบในจิตใจไปแล้ว*
*หนทางเดียวที่จะรักษาภาพพจน์ได้คือการซื่อสัตย์ตลอดเวลา* < - อันนี้ไม่ชัวร์แฮะไม่รู้มั่วมาไหม
*ผู้ชนะไม่เคยลาออก และผู้ลาออกก็ไม่เคยชนะ*
*ออกซิเจนสำคัญต่อปอดเช่นไร ความหวังก็เป็นเช่นนั้นต่อความหมายของชีวิต*
*การมีชีวิตอยู่นานเท่าใดมิใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือ มีชีวิตอยู่อย่างไร*
*เราเข้าใจชีวิตเมื่อมองย้อนหลังเท่านั้น แต่เราต้องดำเนินชีวิตไปข้างหน้า*
*ไม่มีสิ่งใดช่วยให้ได้เปรียบคนอื่นมากเท่ากับ การควบคุมอารมณ์ให้สงบนิ่งอยู่ตลอดเวลาในทุกสถานการณ์*
*ความอดทนคือเพื่อนสนิทของสติปัญญา*
*พรสวรรค์ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ คือ การที่เราสามารถเอาใจเขามาใส่ใจเราได้*
*ในธรรมชาติไม่มีสิ่งใดดีพร้อม แต่ทุกอย่างก็สมบูรณ์แบบในตัวเอง ต้นไม้อาจบิดเบี้ยวโค้งงออย่างประหลาด แต่ก็ยังคงความงดงาม*
*มักพูดกันว่ากาลเวลาเปลี่ยนทุกสิ่ง แต่จริงๆแล้ว คุณต้องเปลี่ยนทุกสิ่งด้วยตนเอง*
*เมื่อยากจนก็ยังชื่นชมในคุณธรรม เมื่อมั่งมีก็ยังชื่นชมในมารยาทจริยธรรม*
*การศึกษาค้นคว้า ถ้าเอนเอียงไปสุดสาย ไม่ว่าข้างใดข้างหนึ่ง ก็มีแต่ผลเสียเท่านั้น*
*ความผิดอันเนื่องมาจากการประหยัดนั้น มีน้อยเหลือเกิน*
*ตั้งใจมุ่งมั่นอยู่กับคุณธรรม ยึดมั่นในคุณธรรมไม่ละทิ้งความเมตตาธรรม ท่องเที่ยวไปในศิลปะวิชาการ*
*สุรุ่ยสุร่ายเกินไปก็จะอวดหยิ่ง ประหยัดเกินไปก็จะเป็นคนคับแคบ แต่เป็นคนอวดหยิ่งสู้เป็นคนคับแคบดีกว่า*
*อ่อนน้อมแต่ไม่มีจริยธรรม จะกลายเป็นเรื่องเหนื่อยเปล่า ระมัดระวังแต่ไม่มีจริยธรรม จะเป็นความขลาดกลัว*
*กล้าหาญแต่ไม่มีจริยธรรม จะกลายเป็นก่อการร้าย ซื่อตรงแต่ไม่มีจริยธรรม จะเป็นภัยแก่คนอื่น*
*ผู้ที่ไม่มีการไตร่ตรองให้ยาว ในอนาคตไกลจะต้องมีภัยที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน*
*รวมอยู่กันเป็นหมู่ ตลอดวันไม่เคยพูดถึงธรรมที่ชอบ ทำตนเป็นคนฉลาดในเรื่องเล็กๆน้อย ต่อไปเห็นจะลำบาก*
*บัณฑิตมีความกลัวอยู่ 3 ประการ กลัวประกาศิตของสวรรค์ กลัวผู้มีอำนาจ กลัวคำพูดของอริยบุคคล*
*นิสัยคนมีความเหมือนกัน แต่การศึกษาทำให้แตกต่างกัน*
*เฉพาะคนที่มีปัญญาสูง กับคนที่โง่มากเท่านั้น ที่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเขาได้*
*รักความเมตตาแต่ไม่มีการศึกษาเสียอยู่ที่ถูกหลอกลวงง่าย
รักความรู้แต่ไม่มีการศึกษาเสียอยู่ที่ความรู้นั้นกระจัดกระจายไม่มีฐานที่ตั้ง*
*รักความซื่อสัตย์แต่ไม่มีการศึกษาเสียอยู่ที่เป็นภัยแก่ตนโดยง่าย รักพูดตรงความจริงแต่ไม่มีการศึกษา เสียอยู่ที่การพูดจะเป็นการทำร้ายผู้อื่นได้โดยง่าย*
*รักความกล้าหาญแต่ไม่มีการศึกษา เสียอยู่ที่ก่อความไม่สงบได้ง่าย
รักความเข้มแข็งแต่ไม่มีการศึกษา เสียอยู่ที่เป็นคนมุทะลุได้ง่าย*
*อ่านหนังสือโดยไม่ค้นคิด การอ่านจะไม่ได้อะไร
ค้นคิดโดยไม่ได้อ่านหนังสือ การค้นคิดจะเปล่าประโยชน์*
*ทบทวนเรื่องเก่าและรู้เรื่องใหม่ขึ้นมาอีก ก็จะเป็นครูได้*
*แสร้งพูดไพเราะ แสดงความน่ารัก เพื่อให้ถูกใจคน คนประเภทนี้น้อยนักที่จะเป็นคนมีเมตตาธรรม*
*ผู้ที่มีเมตตาธรรมเท่านั้น เวลาพูด เขาพูดอย่างเชื่องช้า ไม่พูดเชื่องช้าได้หรือ เพราะเมื่อพูดไปแล้ว ต้องทำตามที่พูดด้วยความลำบาก*
*ผู้ที่มีความเข้มแข็ง กล้าหาญ ซื่อสัตย์ พูดช้าก็ใกล้กับความมีเมตตาธรรมแล้ว*
*ผู้มีคุณธรรมต้องมีคำพูดที่ดี แต่ผู้มีคำพูดที่ดี ไม่ต้องใช่เป็นคนที่มีคุณธรรมเสมอไป*
*ผู้มีเมตตาธรรมต้องเป็นผู้ที่กล้าหาญ แต่ผู้กล้าหาญไม่ใช่ต้องเป็นคนที่มีเมตตาธรรมเสมอไป*

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เส้นทาง Offroad ในเชียงใหม่ ฉบับยำ ๆ

ฤกษ์พรหมประสิทธิ์ วันดี วันเหมาะสม